ทางแยกในสายหมอก

posted on 12 Dec 2009 20:35 by tigercry

 

 

 

ทางแยกในสายหมอก

 

ทางแยกในสายหมอก

ไม่รู้ว่าผ่านไปเป็นเวลานานเท่าใด

เมื่อมันตื่นลืมตาขึ้น ก็พบว่า มันได้มายืนอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมันไม่รู้จัก

แต่ในหมู่มนุษย์ต่างทราบกันดีว่า

นี่คือสถานที่ซึ่งมีน้อยคนนักจะได้พบเห็น

ไม่มีผู้ใดปรารถนาจะพบเจอ

ไม่มีบันทึกอยู่ในแผนที่ใดๆ และไม่มีผู้ใดรู้ทาง หรือวิธีการอันแน่ชัด

ที่จะนำมาสู่สถานที่แห่งนี้

แต่เจ้าแมวขนยุ่ง ได้มาถึงแล้วโดยไม่รู้ตัว

ในสถานที่ซึ่งผู้คนต่างพากันเรียกขานว่า....

ทางแยกในสายหมอก

เจ้าแมวขนยุ่งไม่เคยได้ยินเรื่องราวนี้มาก่อน

มันทั้งตกใจและหวาดกลัวขณะที่หันไปรอบๆ

เพราะไม่ว่าจะเส้นทางทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ซ้าย หรือ ขวาก็ล้วนปกคลุมไปด้วยหมอกทั้งนั้น

เมื่อมองลงไปสองข้างทาง ก็เป็นเหวที่ลึกสุดจะหยั่ง

 

มันพยายามจะปลุกตนเองให้ตื่นจาก

ภาวะที่มันเชื่อว่าเป็นความฝัน แต่ก็ไม่เป็นผล

เจ้าแมวขนยุ่งคิดไม่ออกว่าจะมีทางอื่นใดอีก

นอกจากเลือกเดินไปตาเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง

 

แต่การเลือกหนทาง

ที่ไม่อาจรู้ว่าจะมีสิ่งใดรออยู่เบื้องหน้าบ้างนั้น

ไม่เคยเป็นเรื่องง่ายสำหรับเจ้าแมวขนยุ่งเลย

ไม่ว่าจะเป็นทางแยกแห่งนี้ หรือทางเลือกในชีวิตก็ตาม

เจ้าแมวขนยุ่งจึงได้แต่หัวเราะขื่นๆ ประชดตัวเอง

พลางรำพึงรำพันอย่างสิ้นหวังว่า

ทางแยกแห่งนี้ช่างร้ายกาจนัก ยิ่งดูก็ยิ่งราวกับเป็น

ภาพเหมือนของความรู้สึกสับสนในใจข้าเลยทีเดียว....

แล้วข้าจะทำอย่างไรได้ล่ะนี่....

 

ในขณะที่เจ้าแมวขนยุ่งเริ่มรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก

และกำลังจะล้มตัวลงนอนอย่างท้อแท้นั้น

 

ก็ปรากฏเงาของสิ่งมีชีวิตร่างหนึ่งขึ้นที่ทางแยกด้านของมัน

 

เมื่อร่างนั้นก้าวพ้นหมอกออกมา

ก็พบว่าเป็นแมวสีขาวเพศเมียตัวหนึ่ง

ท่านหลงทางเหมือนกันหรือ

แมวสีขาวเอ่ยกับแมวขนยุ่งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าข้ามาอยู่บนทางแยกแห่งนี้ได้อย่างไร

แมวขนยุ่งตอบ และถามแมวสีขาวว่ามาถึงที่นี่โดยวิธีใด

 

ข้าเองก็มาที่นี่โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ดูท่าว่าท่านกับข้าจะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันแล้วกระมัง

แมวสีขาวตอบ

 

สีหน้าและแววตาของแมวสีขาวนั้นบอกชัด

ว่าสิ่งที่พูดเป็นความจริงทุกประการ

แต่ถึงกระนั้นเจ้าแงขนยุ่งก็ยังแปลกใจ ที่แมวสีขาวไม่แสดงอาการ

หวาดกลัวหรือสับสนกับทางแยกแห่งนี้แต่อย่างใด

ตรงกันข้าม กลับดูไร้ความกังวล จนทำให้

เจ้าแมวขนยุ่งต้องเอ่ยถามด้วยความใครรู้

แมวสีขาวจึงตอบว่า

 

เป็นเพราะข้ามีอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งข้าสามารถเลือกได้

แม้ว่าทางเลือกนั้นจะไม่ได้ปรากฏให้เห็นอยู่ในที่นี้ก็ตาม

 

......................................................................................................

 

ทางเลือกอีกทางหนึ่ง ซึ่งมองไม่เห็นที่นี่นั้น

หาใช่เวทมนต์หรือทางลับใดๆ ไม่

แต่ก่อนจะกล่าวถึงทางเลือกที่ว่านั้นข้าขอถามทางสักเล็กน้อย

ว่าหากจะต้องเลือกทางใดทางหนึ่งในทางแยกแห่งนี้จริงๆ

ทางคิดว่าจะเลือกทางใด ด้วยเหตุผลอะไรบ้าง

 

เจ้าแมวขนยุ่งนิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตอบว่า

 

หากเลือกตามความถนัดก็ย่อมต้องเป็นทางขวา

ถ้าเป็นทางที่ข้าไม่ถนัดก็คงเป็นทางซ้าย

ส่วนทางที่อยู่ด้านหน้ากับด้านหลังนั้น

ก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องการจะก้าวไปสู่อนาคต

หรือย้อนกลับไปยังอดีตที่อาจไม่เหมือนเดิม

แต่ปัญหาก็คือ ในเวลานี้ข้าไม่กล้าเลือกทางใดเลย

เพราะข้าไม่รู้ว่าทางเป็นทางที่ข้าควรจะเลือก

ข้ากลัวเหลือเกิน.........ว่าหากเลือกแล้ว

ข้าไม่สามารถผ่านพ้นสิ่งที่รออยู่

ในเส้นทางเหล่านั้นไปได้

 

แมวสีขาวฟังอย่างตั้งใจ

ก่อนจะยิ้มอ่อนโยน และตอบช้าๆ ว่า

 

หากท่านมองดูทางแยกแห่งนี้ดีๆ จะพบว่าในเวลานี้

ทางขวาของท่าน คือทางซ้ายของข้า

ทางซ้ายของท่าน ก็คือทางขวาของข้า

ส่วนทางข้างหน้าของท่าน ก็คือทางด้านหลังของข้า

และแน่นอนว่า ทางที่อยู่ด้านหลังของท่านนั้น

ก็คือทางข้างหน้าของข้า

เช่นนี้แล้ว ข้าจึงคิดว่าหากมองดูอีกครั้ง

จะพบว่าทางเลือกต่างๆ นั้น

ย่อมมีความหมายกบแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป

การก้าวไปข้างหน้าในความหมายของบุคคลหนึ่ง

อาจหมายถึงการก้าวถอยหลังของอีกบุคคลหนึ่งก็ได้

เส้นทางที่บุคคลหนึ่งไม่ปรารถนาเลย

อาจเป็นเส้นทางยอดปรารถนาของอีกบุคคลหนึ่งก็ได้

 

เจ้าแมวขนยุ่งนิ่งฟังอย่างครุ่นคิด

แมวสีขาวหยุดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า

 

เพราะฉะนั้น ทางเลือกอีกทางหนึ่งซึ่งข้ากล่าวถึงนั้น

ข้าคิดว่า คือการ เลือกตอบใจของตนเอง ให้ได้เสียก่อน

ผู้ที่มีใจซึ่งตอบใจได้อย่างแจ่มชัดนั้น

ไม่ว่าหนทางที่เลือกจะมีสิ่งใดรออยู่

ย่อมผ่านพ้นไปได้ทั้งสิ้น ข้าเชื่อเช่นนั้น..........

 

ส่วนหนึ่งจากหนังสือ NINE LIVES ของพี่ ทรงศีล ทิวสมบุญ

ที่นำมาให้ทุกคนที่แวะเข้ามาได้อ่านกัน

เป็นหนังสือภาพที่มีการบรรยายเรื่องประกอบซึ่งจะเกี่ยวกับแมวกับวิถีทางเดินของตนเอง

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบแนวหนังสือภาพขออนุญาตแนะนำหนังสือเล่มนี้

นอกจากเนื้อเรื่องแต่ละเรื่องแล้วที่ให้ข้อคิดให้ตัวของมันเอง

ทุกภาพพี่ทรงศีล วาดรูปและถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวที่ลงตัว

โดยส่วนตัวแล้วชอบหนังสือเล่มนี้มาก

อาจไม่สามารถหาคำมาสรรเสริญเยินยอไปมากกว่านี้

เพียงอยากให้ผู้ที่ยังไม่เคยอ่านผลงานของพี่ทรงศีล

ได้ลองสัมผัสความคิดที่ผ่านลายเส้นและความพยายามจนออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ได้

ฉันหยิบเล่มนี้มาอ่านเสมอ.....

 

จริงแล้วโดยส่วนตัวที่ชอบมากเพราะในช่วงเวลาชีวิตของตนเองนั้นก็เป็นเช่นดังเจ้าแมวขนยุ่ง

ที่ไม่รู้จะเลือกทางใด

ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร

ความคิดที่สับสนปนเป อึดอัด เมื่อรู้สึกว่าก้าวต่อไปไม่ได้

ไม่อยากต้องเลือกเดินในทางใด

เพราะความกลัวของตนเอง

จนกระทั่งได้อ่านหนังสือเล่มนี้

เรื่องนี้ได้ให้ข้อคิดในบางอย่างที่บางครั้ง

ไม่ใช่เรื่องสำคัญของคนอื่น

แต่มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคน ที่ต้องเลือก

แม้ว่าวันนี้จะยังตอบใจตนเองได้ไม่เต็มร้อย

อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่ามันอยู่ที่ใจเรา

เลือกที่จะทำอย่างไร

เลือกอะไร

เลือกที่จะสู้ต่อไปหรือไม่

ตอนนี้ .........เราสู้ต่อ

เพราะมันคือทางที่เราเลือกเองตั้งแต่ต้น

ฉันไม่รู้ว่า คำว่า ที่สุดนั้นอยู่ที่ไหน

ณ เวลานี้ฉันยังคงก้าวต่อไปตามทางเดิน

ที่ต้องเลือกมันด้วยตัวเอง

 

หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นเล่มโปรดของผู้ที่ชื่นชอบเช่นเดียวกันนะค่ะ

 

 

 

จากบล็อกโอเคเนชั่น

 

ไม่รู้จะเขียนอะไรอีกดี เพราะทั้งหมดที่เค้าพิมมันแทนความรู้สึกตอนนี้ทั้งหมดแล้ว... "{

 

Comment

Comment:

Tweet