ไม่ได้เข้ามาเขียนบลอคเลย เป็นเวลาถึง 7 เดือน!!!

โอโห. พอนับๆดูแล้วมันก็เร็วจริงๆนะ คืนวันของชีวิตมหาลัยเนี่ย

ระหว่างทาง ที่ไม่ได้มาเขียนนั้นมีเรื่องยุ่งๆ ทั้งยุ่งยากใจ และยุ่งยากลำบากกายมากมายหลายอย่าง

สับสนปนเป ผลัดกันดาหน้าเข้ามาเป็นปัญหาในชีวิตได้เรื่อยๆ ไม่รู้จบสิ้น (ซึ่งตอนนี้ คิดว่าจบแล้ว ..นะ--)

 

สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ.

ได้บทเรียนดีกว่า (แน้.บทเรียนอีกแล้ว เมิงมักจะมีบทเรียนจากสถานการณ์เจ็บๆทุกที แต่ไม่เคยได้ใช้ แน้!!)

คือ.... จะพูดยังไงดีละ แหมกระดากปาก ตอนนี้ชีวิตที่มีอยู่ก็ไม่ได้ดีสักเท่าไร ยังจะมากระแดะปรัชญาอย่างงี้งั้น

แต่ถ้าไม่พูดก็จะลืมซะ อย่าอารัมภบทมาก.

" ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับเรา " แค่นี้แหละ

คือ อย่าเรียกว่าอะไรเลย มันเป็นขั้นนึงของการเรียนรู้ในชีวิตมากกว่า

เมื่อเราเลือกที่จะเดินบนเส้นทางนี้แล้ว มันก็มีหนทางเดียวคือ หาที่ยืนบนเส้นทางนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน คับแคบใจเท่าไร แต่เมื่อความจำเป็นมันบีบบังคับ เราก็จำเป็นที่จะต้องดำรงชีวิตอยู่กับโอกาสที่มีอยู่ของเรานั้นให้ได้ และโดยอย่าง ไม่ลำบาก และไม่ไร้สุขด้วย

นี่เอง คือสิ่งที่ค้นพบ                                                                                                                                และพบว่าทางออกของทุกปัญหาคือ การ 'เผชิญหน้ากับมัน' และความอดทน 

ไม่ใช่ อดทนต่อความเจ็บปวด อดทนให้เขาโขกสับหรืออะไร  แต่ 'อดทน' และเข้าไปเผชิญกับปัญหานั้นซะ

ไม่นานอะไรๆก็จะเข้ารูปเข้ารอย ไม่ใช่เพราะโชคชะตาหรือความเคยชินหรืออะไร

แต่เป็นเพราะเรา ถ้าเรากล้าเผชิญปัญหานั้นต่อให้เราจะแก้-ควบคุมปัญหานั้นไม่ได้ทั้งหมดก็ตาม

แต่สิ่งหนึ่งที่อย่างน้อยขจัดมันไปได้ ก็คือ ความกลัว ของตัวเอง อันนี้แหละ สำคัญ

เป็นคีเวิร์ดสำคัญในชีวิตเด็กอ่อนแออย่างผม ที่ต้องก้าวผ่านมัน

เพื่อไปสู่การใช้ชีวิตและมองโลกอย่างที่คนโตแล้ว เขาเป็นกัน.

 

 

โอ้.!จอร์จ เหอะ  นี่มันเพิ่งจะเหยียบบันไดขั้นแรกเองนะโว้ยยย  นี่เมิงเพิ่งเหยียบเมื่ออายุ 19 ปี!!!!

ให้ตายเหอะ โตช้าจริงจังนะอิหนู แต่ก็ดีกว่าไม่ได้เรียนรู้อะไรตลอดชีวิตเลยจริงมั้ย?

 จริงๆแล้วกุก็ไม่ได้ผ่านบททดสอบนี้อย่างเป็นทางการแล้วหรอก กำลังอยู่ในช่วงทดลอง/พยาม

 ก็ต้อง Try to be กันต่อไป ....

 

 ชีวิตยังมีอะไรที่ต้องปรัปปรุงอีกเยอะมาก

 คือ เพิ่งได้อ่านหนังสือเรื่อง LOST AND FOUND ของ ดีเจปาล์ม แห่งคลื่นอ้วน

 แล้วพบว่ามันเป็นหนังสือที่ดีมากๆ นอกจากจะอ่านสนุกลุกนั่งสบายแล้ว มันยังสอนอะไรเราอีกเยอะจริงๆนะ

 เล่มนี้จริงๆแล้วไม่ได้ซื้อหรอก ยืมห้องสมุดมา (หอสมุดกลาง มก.มีทุกอย่างให้คุณเลือกสรร!)

 สะดุดตากับปกที่ดูแนว (ต่างจากหนังสือปกชำรุดที่ต้องห่อกระดาษแข็งสำน้ำเงินเผื่อให้มันคงไว้เป็นเล่มได้อย่างเล่มอื่นๆ ในห้องสมุด - -')

และคำโปรยปกหลังที่เขียนว่า " Loser วัยรุ่น อายุ 16 ปี ....

อ้วน สิว ซึมเซา เหม่อลอย มองโลกในแง่ง่อย ไม่ค่อยชอบชีวิตและตัวตนของตัวเอง " 

 พออ่านแค่ประโยคนี้เท่านั้น ก็ "บระจะบระเฮ๋ยยย!!!!!!!"  นี่มันกูชัดๆเลยนี่หว่า พี่น้อง

 กูชัดๆ แม้จะอายุมากกว่าเขาถึง 3 ปีแล้วก็ตาม = =' 

 ใช่เลยเราเป็นอย่างนั้น ใจกระหวัดนึกไปถึงตอนที่เราเรียน บดินทรทันทีทันใด

 และยิ่งเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบก็ยิ่งคิดวถึงหนักเข้าไปอีก คิดว่าทำไมหนออ?...

 ทำไมตอนนั้น กูไม่คิดได้อย่างนี้บ้าง

 หากเปลี่ยนจากการพยามหนี โรงเรียน แอ๊บป่วยอยู่บ้าน ของผม เป็นการ เอาว่ะ!!!.ไหนๆกูก็อยู่ที่นี่ไม่ได้ละ ( จริงๆคือ ไม่อยากอยู่ ) กูหนีไปเมืองนอกดีกว่าเว้ย ตั้งใจสอบ อ่านเขียน เรียนเข้า เอเอฟเอสดีกว่า

เพื่อนผมก็มีหลายคนนะช่วงนั้น ที่เป็นเด็กใหม่บดินทรเหมือนกันและได้ไปเมืองนอก

แต่ผม ซึ่งตอนนั้นเป็นบัวเต่าถุยเหล่า4ที่อยู่ใต้น้ำรอเต่ามาแดกนี่คิดไม่ได้หรอกนะครับ

ใจมันคิดแต่จะดราม่าปัญญาอ่อน แอบหนีโรงเรียน กลับมานอนบ้าน แอ๊บป่วย หนีเพื่อนไปนั่งในห้องน้ำงี้

เสียค่ามดค่าหมอไปก็หลายหมื่นอยู่ คิดไปถึงแล้วก็เสียดายจริงๆ

เสียดายทั้งเวลา เราน่าจะเอามาทำไรที่มันมีประโยชน์กว่านี้ ไม่งั้นกูอาจได้ มธ. ตามฝันแล้วก้ได้

เสียดายเงิน.. รู้งี้อย่างน้อยๆ ถึงกูจะไม่ได้ไปเมืองนอกเมืองนา แต่เอามารักษาสิวก็ยังดีวะ จะได้ไม่น่าปรุเป็นพระจันทร์อย่างทุกวันนี้ 

เสียดาย สุขภาพจิต สุขภาพกาย มุมมอง ความคิดดีงามต่อโลกที่เคยมี ชื่อเสียง สังคม สายตาผู้คนรอบข้าง

และอะไรอีกมากมายที่เสียไปในช่วงชีวิตนั้น

คิดแล้วมันก็เสียดายจริงๆนะ...

ถึงได้บอกว่า การเดินบนเส้นที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเจ็บแค้น ร้อนใจ หรือทุกทนแค่ไหน 

มันก็จะพาเราไปหาจุดจบสีขาว (จุดจบที่ดี) <--- นั่นคือ ความคิดสมัยประมาณ ม.4-5

แต่เด่วนี้ เมื่อมันจำเป็นต้องอยู่ เมื่อสถานการณ์มันบีบก็มีเหลืออยู่เพียงทางเดียวคือ

ถ้ากูจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ กูก็ต้องอยู่ให้ได้ มีที่ยืน และอยู่ยืนได้อย่างมีความสุขด้วย!!!!

^

^

และนี่คือความคิดตอนปี2

 

เหนมั้ยฮะ..  ผมมันพวกพัฒนาการช้าแบบบัวเต่าถุยจริงๆ ขนาดเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วนะเนี่ย

55555 ใช้เวลาในการเติบโตประมาณ 5 เซนติเมตร ต่อ 2ปี

ช่างเป็นการเติบโตที่รวดเร็วซะจริงๆ นะ.... 

Comment

Comment:

Tweet

อยากอ่านเล่มนี้ขึ้นมาทันทีเลย
รู้สึกเป็นวัยรุ่นที่สับสนและค้นหาความหมายของชีวิตอยู่เหมือนกัน

#1 By [ Sai ];charot on 2013-05-13 05:23